ผู้เป็นตำนาน! ต็อตติ เจ้าชายหมาป่า โรม่า กับเรื่องราวสู่ความสำเร็จ

ฟรานเชสโก้ ต็อตติ ตำนานลูกหนังของ หมาป่า โรม่า ยอดทีมจาก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี กับเรื่องราวความสำเร็จที่มากมายกับชีวิตค้าแข้งในวงการลูกหนัง

ฟรานเชสโก้ ต็อตติ

ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ (Francesco Totti) เกิดเมื่อวันที่ 27 ก.ย. 1976 ที่กรุงโรม ในย่าน ปอร์ต้า เมโทรเนีย ซึ่งเขาเติบโตมาไม่ค่อยเหมือนเด็กคนอื่นที่ชอบอ่านการ์ตูนหรือวิ่งซนตามสนามเด็กเล่น แต่สำหรับสถานที่ของ “เจ้าชายหมาป่าคนใหม่” นี้ต้องอยู่ที่สนามฟุตบอลเพียงแห่งเดียวเท่านั้น

ในวัยเด็ก ต๊อตติ มักจะติดตามพ่อ เอ็นโซ่ และแม่ ฟิโอเรลล่า เข้าไปดูเกมในสนามฟุตบอลเสมอๆรวมทั้งเล่นในระดับเยาวชนด้วยและพรสวรรค์ของเขาก็ไปเตะตาแมวมองของหลายสโมสร แต่ฟิโอเรลล่าก็ได้ทำเรื่องที่เหลือเชื่อด้วยการปฏิเสธข้อเสนอจากทีมยักษ์ใหญ่อย่างเอซี มิลาน เพื่อที่จะรอข้อเสนอจากทีมโรม่า ซึ่งเป็นทีมโปรดของตัวต็อตติเองขณะที่เธอก็ไม่ต้องการที่จะให้ลูกรักจากไปอยู่ที่ไหนไกลๆ ด้วยสุดท้ายต๊อตติ ก็ได้เซ็นสัญญาเข้ามาเป็นนักฟุตบอลเยาวชนของโรม่าจนได้ในปี 1989 ด้วยวัย 13 ปี

ยิ่งเติบใหญ่พรสวรรค์ของเจ้าหนูอัจฉริยะคนนี้ก็ยิ่งเปล่งประกาย ต๊อตติ ใช้เวลาเพียงแค่ 3 ปี เท่านั้นในการไต่เต้าขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ของ โรม่า และได้รับโอกาสในการลงสนามเป็นเกมแรกในนัดที่โรม่าบุกไปเอาชนะเบรสชาได้ 2-0 เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 1993 ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มต้นตำนานบทใหม่ของทีมโรม่า หลังจากนั้นเขาก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโรม่าและกลายเป็นหัวใจสำคัญของทีมอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งกับได้รับฉายา “เจ้าชายหมาป่า” ซึ่งเป็นการสืบทอดตำแหน่งจากจูเซ็ปเป้ จานนินี่ เจ้าชายลูกหนังคนเก่าของชาวโรม่า

จานนินี่ ได้ถ่ายทอดทุกสิ่งทุกอย่างให้กับต๊อตติในการเป็นผู้นำของทีม “จัลโล่รอสซี่” คนต่อไป และเขาก็ได้รับเลือกให้เป็นกัปตันทีมตั้งแต่อายุเพียงแค่ 23 ปีเท่านั้น “เจ้าชายหมาป่า”
ยิ่งเล่นก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ในตัวและเขาก็ก้าวถึงจุดสูงสุดเป็นครั้งแรกในฤดูกาล 2000-01 เมื่อนำโรม่า คว้าสคูเด็ตโต้ได้อย่างยิ่งใหญ่และเป็นครั้งแรกในชีวิตของเขาและยังเป็นการนำสโมสรคืนสู่จุดสูงสุดอีกครั้งหลังไม่ได้แชมป์มาตั้งแต่ฤดูกาล 1982-83 ซึ่งเขาก็ได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของอิตาลีอีกด้วย

ขวัญใจของชาวโรมานิสต้ายังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในปีถัดมาแต่ก็ไม่สามารถต้านความแข็งแกร่งของยูเวนตุสได้ โรม่าจึงจบฤดูกาลด้วยการเป็นรองแชมป์แต่ในอีก 2 ปี ถัดไปต๊อตติ ก็เริ่มเข้าสู่ช่วงท็อปฟอร์มที่สุดของชีวิตโดยเฉพาะในปี 2003-04 ที่ถล่มประตูไปถึง 20 ประตู แต่กระนั้นก็ยังทำได้เพียงแค่เป็นรองแชมป์ต่อจากเอซี มิลาน เท่านั้น

หลังจากนั้นนาทีชีวิตของต๊อตติก็เริ่มตกต่ำเช่นเดียวกับโรม่าที่มีปัญหาภายในมากมายโดยเฉพาะในฤดูกาล 2004-05 ที่มีการเปลี่ยนแปลงโค้ชในทีมมากถึง 4 คน แต่กระนั้นเขาก็ยังยิงได้ถึง 12 ประตูและเป็นผู้ทำแอสซิสท์ให้เพื่อนมากมายอีกหลายครั้งและในปีนี้เองที่เขาทำสถิติทาบรัศมีตำนานรุ่นบุกเบิกของสโมสรอย่างโรแบร์โต้ ปรุสโซ่ ที่ 107 ประตูได้

ในฤดูกาล 2005-06 โค้ชคนใหม่ของโรม่า อย่าง ลูเชียโน่ สปัลเล็ตติ ได้ปรับบทบาทของ ต๊อตติมาเป็นจอมทัพตัวสร้างสรรค์เกมแทนที่จะเป็นศูนย์หน้าเหมือนอย่างเดิมและเขาก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการยิง 15 ประตู ใน 24 นัด สามารถพาทีมชนะได้ 11 นัดติดต่อกันด้วย แต่แล้วเขาต้องโชคร้ายสุดขีดเมื่อได้รับบาดเจ็บรุนแรงถึงขั้นกระดูกขาหักรวมทั้งเส้นเอ็นขาดอีกด้วยทำให้เขาต้องพักรักษาตัวเเละต้องผ่าตัดหัวเข่าถึง 2 ครั้ง ต่อมาในฤดูกาล
2006-07 ต็อตตี้กลับมาเล่นได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจอีกครั้งรวมถึงผลงานของโรม่าที่ติดกลุ่มบนของตารางอย่างสม่ำเสมอด้วยส่วนหนึ่งมาจากชีวิตรักที่สวยงามกับอิลลาลี่ บลาชี่
ภรรยาสาวสวยที่ให้กำเนิดลูกชาย “คริสเตียน” ที่กลายเป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต “เจ้าชายหมาป่า” มักจะฉลองประตูด้วยการจูบแหวนและดูดนิ้วหัวแม่มือเพื่อสื่อถึงภรรยาและลูกอันเป็นที่รักเสมอ เขาจบฤดูกาลในฐานะดาวซัลโวของ กัลโช่ เซเรีย อา ด้วยการกดไปถึง 26 ประตู และพาต้นสังกัดคว้าแชมป์โคปปา อิตาเลียโดยเอาชนะ อินเตอร์ ไปได้ 2-1

ในฤดูกาล 2011-12 ต๊อตติ ยังคงได้รับความไว้วางใจให้ลงสนามอย่างต่อเนื่องแต่ผลงานของเขาก็ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เมื่อยิงได้แค่ 8 ประตู จากการลงสนาม 31 นัด ให้กับต้นสังกัด ต่อมาในฤดูกาล 2012-13 ด้วยวัยที่ใกล้ 36 ปี “เจ้าชายหมาป่า” ก็ยังคงโชว์ฟอร์มได้ตามมาตรฐานของตัวเขาโดยเขาลงสนามให้กับทีมไปทั้งหมด 34 นัด ทำได้ 12 ประตู และในฤดูกาล 2013-14 นี้ ต๊อตติ รับใช้ต้นสังกัดไปแล้ว 7 นัด ยิงได้ 3 ประตู โดยล่าสุด เขาเพิ่งกดไป 2 ลูกในนัดที่ โรม่า บุกไปทุบ อินเตอร์ถึงถิ่นซาน ซิโร่ 3-0 ช่วยให้ทีมทำสถิติเก็บชัยชนะ 7 นัดรวด

สำหรับในนามทีมชาติอิตาลี ต๊อตติ รับใช้ทีมชาติมาตั้งแต่รุ่นเยาวชนโดยเขาติดทีมชาติครั้งแรกในรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี และติดทีมชาติอิตาลีมาทุกชุด ไล่ตั้งแต่ รุ่นอายุไม่เกิน 16,18,21 และ 23 ปี จนมาถึงทีมชาติชุดใหญ่เขาลงสนามให้ทีมชาติอิตาลีชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในนัดศึกยูโร 2000 รอบคัดเลือก ที่พบกับ สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 1998 หลังจากนั้น ต๊อตติ ก็เป็นกำลังสำคัญให้กับ “อัซซูรี่” มาโดยตลอดในทุกรายการ ปัจจุบัน ต๊อตติ เลิกรับใช้ทีมชาติไปแล้วแต่สถิติที่เขาลงสนามช่วยทีมชาติอิตาลีนั้นอยู่ที่ 58 นัด ยิงได้ 9 ประตู

ชีวิตส่วนตัว ต๊อตติ แต่งงานกับ อิลารี บลาซี นางแบบ และ พิธีกรโทรทัศน์ชื่อดังของอิตาลี ในปี 2005 ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตเป็นผู้ชายชื่อ คริสเตียน ส่วนคนเล็กเป็นผู้หญิงชื่อ ชาแนล โดยตั้งแต่หลังจากภรรยาคลอดลูกคนแรก ต๊อตติจะฉลองการทำประตูได้ด้วยการดูดนิ้วโป้งทุกครั้งซึ่งหลายคนเชื่อว่าเป็นการทำท่าเลียนแบบการดูดจุกนมของลูกชายก่อนจะมีการเปิดเผยภายหลังว่าเป็นการกล่าวถึงภรรยาของเขาเองที่ชอบดูดนิ้วตัวเองบ่อยๆ

ในอดีต ต๊อตติเคยเป็นพรีเซนเตอร์ให้เครื่องดื่มเป๊ปซี่ โดยถ่ายโฆษณาหลายชิ้นที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือโฆษณาชุดนักสู้กลาดิเอเตอร์ ที่ถ่ายทำร่วมกับ เดวิด เบ็คแฮม, โรนัลดินโญ่, โรแบร์โต้ คาร์ลอส และ ราอูล กอนซาเลซ ด้วยความที่เป็นสายเลือดโรมันโดยตรงเขายังเคยถ่ายโฆษณาให้กับเครือข่ายโทรศัพท์โวดาโฟน ร่วมกับเจนนาโร่ กัตตูโซ่ รวมถึงรองเท้า ไนกี้ และเดียดอร่าที่เขาเคยใช้ใส่ขณะเล่นฟุตบอล

นอกเหนือจากนี้ต๊อตติยังเคยได้รับเลือกให้เป็นทูตขององค์กรยูนิเซฟ ในปี 2003 และร่วมโครงการหมู่บ้านเพื่อเด็กยากไร้ของฟีฟ่า ในปี 2006 โดยอีกหนึ่งในกิจกรรมการกุศลเพื่อช่วยเหลือเด็กคือการออกหนังสือเกี่ยวกับมุขตลกที่เขาเขียนเอง ซึ่งภายหลังได้กลายเป็นหนังสือขายดีติดตลาดและเขายังได้นำเรื่องที่เขียนมาถ่ายทอดผ่านวิดีโอที่ถ่ายทำร่วมกับเพื่อน ๆ ในทีมชาติอิตาลี โดยมี อาเลสซันโดร เดล ปีเอโร, อเลสซานโดร เนสต้า,
จันลุยจี บุฟฟอน, กริสเตียน วีเอรี, มาร์โก เดลเว็คคิโอ และอันโตนีโอ กัสซาโน ร่วมแสดงด้วย

สำหรับแฟนบอลท่านใดกลัวที่จะพลาดข่าวสารบอล ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ผลบอลเมื่อคืน โปรแกรมบอล ไฮไลท์ฟุตบอล ข่าวกีฬาอื่นๆ ไม่ต้องเป็นห่วง ท่านเพียงติดตามเพจพวกเรา กดไลค์ กดแชร์ ไว้เลย รับประกันข่าวคุณภาพจะไปอยู่ในมือท่านอย่างแน่นอน